Update สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็ง ธุรกิจไทย ไปรอดหรือไม่รอด ?

สิงหาคม 20, 2007 by chatchaiboon

BLOG TALK

33333.jpg
คุณฉัตรชัย  บุญรัตน์
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
ประธานกรรมการ บริษัทมาลีสามพราน จำกัด(มหาชน)

พูดถึงผลกระทบโดยทั่วไปของสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งตัว ในรายการ คิดลึกกับหอการค้า
ออกอากาศทางทรู วิชั่นส์ 28 เมื่อวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็ง แล้วธุรกิจไทย จะไปรอดหรือไม่รอด ? 

งแต่ปลายปีที่แล้ว เงินบาทอยู่ที่ประมาณ 40 บาท แล้วก็ลงมาแตะที่ 33-36 บาท ซึ่งในขณะนั้น ทางหอการค้าไทยได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะว่ามามาค้าขายแล้วขาดทุน หอการค้าไทยได้ดำเนินเรื่องเสนอเรื่องแก่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งธนาคารแห่งชาติ ซึ่งได้บอกว่า ได้มีมาตรการที่ครอบคลุมที่เพียงพอแล้ว โดยกำหนดอัตราแลกเปลียนที่ 30 % ถ้าจะนำเงินเข้ามาในประเทศ ซึ่งทำให้สามารถชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้ในระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งมาเมื่อเดือนที่แล้ว (กรกฎาคม) จาก 36 บาท ลงมาจนกระทั่งเหลือ 32 บาท อันนี้เดือดร้อนกันมาก แต่เราคงไม่โยนทุกปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับการแข็งค่าของเงินบาท แต่ผมอยากจะบอกว่า การแข็งค่าของเงินบาท เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ธุรกิจบางประเภท บางบริษัท ไม่สามารถยืนอยู่ได้  

เนื่องจากว่า เรามีการส่งออก  ทำให้เราสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาได้จาการค้าขาย อีกส่วนหนึ่งก็คือ มีเงินตราต่างประเทศเข้ามาในตลาดหุ้นของเรามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเข้ามาในประเทศมากขึ้น ทำให้มีเงินดอลล่าร์เข้ามาในประเทศมากขึ้น แต่ว่ากฏเกณฑ์ในการควบคุมปฏิวัติเงินตรายังใช้กฏเกณฑ์ในสมัยก่อน ซึ่งค่าเงินบาทมันอ่อน เพราะฉะนั้น ก็จะพยายามไม่ให้คนนำเงินดอลล่าร์ออกนอกประเทศ  ตอนนี้มันเกิดการย้อนศรกัน แต่ว่ากฏเกณฑ์ยังเป็นกฏเกณฑ์อันเก่า พอ Supply ของเงินดอลล่าร์มันมาก แต่ว่าไม่สามารถจะนำดอลล่าร์ไปใช้ได้นั้น มันก็เลยทำให้ค่าเงินบาทแข็ง สิ่งที่หอการค้าไทย กังวลมากทีสุดก็คือ ทางแบงค์ชาติมองปัญหาที่ผ่านมาในมุมที่กว้างเกินไป ฉะนั้นในมุมเล็กๆรายละเอียดปลีกย่อยก็จะไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เราพยายามจะชี้ให้เห็นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ก็คือว่ามันเกิดความเดือดร้อนขึ้นจริงๆในระดับ Macro ในระดับ Macro ดูเหมือนว่าจะดี เพราะดูภาพของมูลค่าการส่งออกมันเพิ่มขึ้น 18 % กว่าๆแต่ว่าตอนนี้มันเหลือ 12% ในเชิงของดอลล่าร์ แต่พอแปลงมาเป็นค่าเงินบาทมันก็เลยมีมูลค่าที่น้อยลง ทำให้วงจรเศรษฐกิจมันแคบลง ความเดือดร้อนตรงนี้แน่นอนว่า ธุรกิจที่มีความต้านทานน้อย ก็จะมีความรู้สึกไวกว่าธุรกิจที่มีความต้านทานมาก แต่ถ้าเหตุการณ์ค่าเงินบาทเกิดในระยะสั้นๆ ก็จะไม่เป็นอะไรมาก ยังพออยู่ได้ ถือว่าเป็น Investment เพราะไปได้ Market Share จากบริษัทเล็กๆ ในขณะที่บริษัทเล็กๆ ก็จะถูกเบียดตกเวทีไป ทีนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในระยะยาวๆ บริษัทใหญ่ๆก็อาจจะอยู่ไม่ไหวเหมือนกัน